Posts List

Health

  • 5 อาหารเพิ่เสริมสร้างมภูมิคุ้มกันเพื่อสุขภาพ
    5 อาหารเพิ่เสริมสร้างมภูมิคุ้มกันเพื่อสุขภาพ

    อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าอาจช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น วิตามินซี สังกะสีหรือซิงค์ สารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารอื่น ๆ อีกหลายประเภท

    การเลือกกินอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อาจช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะอาหารเป็นสิ่งที่ร่างกายคนเราต้องการในทุกวัน การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และสรรพคุณเสริมภูมิคุ้มกันเป็นประจำจึงอาจช่วยให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดี ทั้งยังอาจช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติได้อีกด้วย

    5 อาหารเพิ่เสริมสร้างมภูมิคุ้มกันเพื่อสุขภาพ

    อาหารที่มีสารอาหารในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันมีหลากหลายชนิด โดยบทความนี้จะยกตัวอย่างอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกัน 5 ประเภทที่คนไทยสามารถหาซื้อได้ง่าย มาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง และอาหารแต่ละประเภทจะมีประโยชน์อย่างไร

    ผลไม้ตระกูลส้ม

    ผลไม้ในตระกูลส้ม เช่น ส้มสายพันธุ์ต่าง ๆ มะนาว ส้มโอ ส้มเช้ง ไปจนถึงผลไม้ต่างประเทศ เช่น เลมอนและเกรปฟรุต ล้วนเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันซึ่งหลายคนรู้จักกันดี นั่นก็คือสารอาหารกลุ่มวิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) 

    นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาสรรพคุณเกี่ยวกับวิตามินซีมาอย่างยาวนาน และมีผลของการศึกษาจำนวนไม่น้อยที่พบว่าสารอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยเสริมการทำงานระบบภูมิคุ้มกัน โดยข้อมูลส่วนหนึ่งชี้ว่าเมื่อวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่ในการจัดการกับเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ

    หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าวิตามินซีช่วยป้องกันโรคหวัด ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันถึงสรรพคุณดังกล่าว แต่การทดลองพบว่าการได้รับวิตามินซีเป็นประจำทุกวันอาจลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคหวัดได้ และอาจรวมถึงอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแบบอื่นด้วย  

    นอกจากนี้ วิตามินซียังจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ชะลอการเสื่อมของเซลล์ ต้านการอักเสบของร่างกายที่เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรัง ด้วยเหตุนี้ การกินผลไม้ตระกูลส้มที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันที่ทั้งอร่อย กินง่าย และปลอดภัย ก็อาจช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากการเจ็บป่วยมากขึ้น โดยผลไม้ตระกูลส้มยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ประเภทอื่นด้วย

    ขิง

    ขิงเป็นพืชสมุนไพรที่ให้รสเผ็ดร้อนและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนอกจากกลิ่นและรสชาติแล้ว ขิงยังมีคุณสมบัติเสริมภูมิคุ้มกันที่โดดเด่นด้วยเช่นกัน

    จากข้อมูลในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์พบว่าขิงอาจช่วยต้านเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ที่ก่อโรคในระบบทางเดินหายใจ ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียเชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella)  ที่เป็นสาเหตุของอาการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

    สารอาหารในขิงยังอาจส่งผลดีต่อคนที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง อย่างโรคข้ออักเสบชนิดต่าง ๆ ด้วย ซึ่งมีผลส่วนหนึ่งมาจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และขิงยังอาจช่วยขับลมได้ด้วย คนไทยอาจคุ้นกับน้ำขิง เมนูไก่ผัดขิง และอีกหลากหลายเมนูที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ

    อาหารทะเล

    อาหารทะเลมีหลากหลายชนิด แต่บทความนี้จะนำเสนออาหารทะเล 2 ชนิดที่เป็นอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันที่โดดเด่น

    ปลาทะเลที่อุดมไปด้วยไขมัน เช่น ปลาทู ปลาทูน่า และปลาแซลมอน เพราะปลาในกลุ่มนี้มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันดีที่มีส่วนช่วยเสริมการทำงานและปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้และจำเป็นต่อคนทุกวัย โดยเฉพาะคนที่มีโรคภูมิคุ้มกัน เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคลูปัส และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

    หอยนางรม เป็นหนึ่งในอาหารทะเลที่หลายคนชื่นชอบ โดยหอยนางรมก็มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจของอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันชนิดนี้คือปริมาณของสังกะสีที่ค่อนข้างสูง ซึ่งสังกะสีมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวและต้านเชื้อไวรัส

    อาหารโพรไบโอติกส์

    โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์มีประโยชน์ ซึ่งร่างกายมนุษย์มีโพรไบโอติกส์อาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในลำไส้ โดยปริมาณโพรไบโอติกส์ในร่างกายที่เหมาะสมจะช่วยรักษาการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

    ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บางส่วนชี้ว่าการได้รับโพรไบโอติกส์อาจช่วยลดความรุนแรงของโรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ และอาการท้องเสียที่เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาปฏิชีวนะ

    โพรไบโอติกส์เป็นสารอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันที่พบได้ในอาหารหมักดองหลายชนิด เช่น

    โยเกิร์ต, นมเปรี้ยว, มอสซาเรลลาชีส คอทเทจชีส และเชดด้าชีส, กิมจิ, มิโซะ, คอมบูชา, เทมเป้

    อย่างไรก็ตาม ควรเลือกอาหารโพรไบโอติกส์ที่ผ่านการพาสเจอไรซ์และกระบวนการทำที่สะอาด นอกจากนี้ ในช่วงแรกของการเริ่มกินอาหารโพรไบโอติกส์อาจพบกับอาการท้องเสียและท้องอืดที่ไม่รุนแรง โดยอาการจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

    ผักผลไม้หลากสี

    อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่มีราคาแพงหรือหาซื้อยากเสมอไป โดยนอกจากอาหาร 4 ประเภทในข้างต้นแล้ว การเลือกกินผักผลไม้หลากสีเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอ สารอาหารจากพืชหลากหลายชนิดไม่เพียงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ยังส่งผลดีต่อการทำงานของร่างกายในด้านอื่นด้วย

    และที่สำคัญผักผลไม้ที่มีสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นสีม่วง สีแดง สีเหลือง สีส้ม รวมทั้งสีเขียวที่หาได้ง่ายที่สุดล้วนมีสารอาหารเฉพาะตัวที่เรียกว่าสารไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ที่เป็นสารสีในผักผลไม้ต่าง ๆ เช่น สารสีแดงในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) และสารสีม่วงอย่างแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) โดยส่วนใหญ่จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งขึ้นชื่อในการลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพหลายอย่าง

    และนี่ก็คือ 5 อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันที่ทั้งมีประโยชน์และสามารถหาซื้อได้ง่าย อย่างไรก็ตาม สรรพคุณการรักษาหรือป้องกันโรคที่ได้กล่าวถึงไปนั้นยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติมอีกเพื่อยืนยันผลที่แน่ชัด ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยในการกิน ควรกินอาหารให้หลากหลาย กินให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำ รวมทั้งควรดูแลตนเองด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

    เนื้อหาจาก: https://www.pobpad.com/

     

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  uruguay-portal.com

Economy

  • ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา
    ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา

    ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา

    ปตท. ต่อยอดความสำเร็จ “ลมหายใจเพื่อน้อง” เฟส 2 รวมพลัง “ก้าวต่อกับก๊อดจิ” จัดตั้ง “กองทุนแรกเริ่มศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา”

    ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา

    นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กิจกรรม PTT Virtual Run ภายใต้โครงการ “ลมหายใจเพื่อน้อง” เฟสที่ 1 เป้าหมายเดิน-วิ่งระดมทุนการศึกษาเพื่อเยาวชนจำนวน 150 ล้านบาท ที่ประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ได้ร่วมสร้างสถิติใหม่สะสมระยะทาง 600,000 กิโลเมตร ด้วยเวลาเพียง 6 วัน ทำให้สามารถช่วยเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 60,000 คน ได้กลับเข้าเรียนอีกครั้งในภาคเรียนปีการศึกษา 2565 และเพื่อเป็นการต่อยอดกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ และยังมีผู้สนใจเข้าร่วมอีกเป็นจำนวนมาก จึงขอรวมพลังคนไทยร่วมลมหายใจเดียวกันเพื่อน้องอีกครั้ง ด้วยเป้าหมายเดิน-วิ่ง 20 ล้านก้าวก๊อดจิ จัดตั้ง “กองทุนแรกเริ่มศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา” 20 ล้านบาท ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

    ปตท. ขอขอบคุณทุกพลังกายพลังใจ ที่ทำให้โครงการลมหายใจเพื่อน้อง เฟสแรก ระดมทุนการศึกษาได้ถึง 150 ล้านบาท ตามเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และจากความตั้งใจของทุกคน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ ปตท. มุ่งมั่นเดินหน้าต่อกับกิจกรรม PTT Virtual Run เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาในเฟสที่ 2 ต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมภารกิจ

     

    “ก้าวต่อกับก๊อดจิ” เดิน-วิ่งสะสมระยะทางรวม 20 ล้านก้าวก๊อดจิ เพื่อจัดตั้งกองทุนแรกเริ่มศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำหรับดูแลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ หรือเหตุปัจจัยไม่คาดคิด อาทิ อุบัติเหตุ อาชญากรรมต่าง ๆ ทั้งต่อครอบครัว และตัวเยาวชน ที่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา

    สำหรับการร่วมกิจกรรมดังกล่าว ผู้สมัครในเฟสที่ 1 ทุกท่าน สามารถสะสมระยะเดิน-วิ่งได้ต่อเนื่อง เพื่อแลกของรางวัลจนสิ้นสุดโครงการ รวมถึงเชิญชวนผู้ที่สนใจอื่น ๆ เข้าร่วมกิจกรรมกับเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายขึ้น ตั้งเป้าที่ 20 ล้านก้าวก๊อดจิ โดยทุก 1 กิโลเมตร เท่ากับ 3 ก้าวก๊อดจิ และทุกท่านมีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกได้จนถึง 30 มิถุนายน ศกนี้ สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ www.ลมหายใจเพื่อน้อง.com ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2563 ปตท. ได้ช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระภาครัฐจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจัดตั้ง “โครงการลมหายใจเดียวกัน” ขึ้นในปี 2564 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ระบบสาธารณสุขในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด อย่างไรก็ดี โควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้รายได้ของหลายครัวเรือนลดลง เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมาก มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ปตท. จึงจัดตั้ง “โครงการลมหายใจ เพื่อน้อง” ด้วยเชื่อมั่นว่า หากเยาวชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ จะเป็นกำลังสำคัญที่จะร่วมพัฒนาประเทศต่อไป. – สำนักข่าวไทย

    ขอบคุณแหล่งที่มา : tna.mcot.net